แนวโน้มของตลาดรังนกแอ่น

เราทุกคนยังเป็นห่วงว่า เมื่อลงทุนสร้างบ้านนกแอ่นแล้ว ราคารังนกจะตก ทำให้ไม่คุ้มทุน แต่มีใครทราบบ้างไหมว่า รังนกแอ่น เป็นธุรกิจของสุขภาพ ซึ่งธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจที่อยู่ในเทรนของตลาด ถ้าเราสังเกตรอบข้าง จะเห็นได้ว่ามีอาหารที่เกี่ยวกับสุขภาพมากมายเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

      จากหนังสือ The Next Trillion ซึ่งเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดในโลกเล่มหนึ่ง เขียนโดย นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง Paul Zane Pilzer ได้บอกอย่างชัดเจนว่าทำไมต้องเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งจะเติบโตทำงานเงินถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2010 ทุกทศวรรษจะมีปรากฏการณ์ทางเศรษฐศาสตร์เกิดขึ้น เมื่อนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง พอล เซน พิวเซอร์ นักเศรษฐศาสตร์ ประจำตัวอดึตประธานาธิบดีสหรัฐ 2 สมัย ได้กล่าวไว้ว่า

 

ในปี 1970 เป็นยุคของเตาไมโครเวฟ

ในปี 1980 เป็นยุคของเครื่องเล่นวีดี VCD

ในปี 1990 เป็นยุคของ computer และ internet

ในปี 2000 เป็นยุคแห่งธุรกิจ willness Industry เป็นของธุรกิจอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับสุขภาพ ธุรกิจนี้จะบูมอย่างมาก และมีมูลค่าจากการใช้จ่าย มากกว่าหรือเท่ากับตลาดรถยนต์

     แล้วเราจะห่วงอะไรกับตลาดรังนก อนาคตไม่ใช่จีนอย่างเดียวที่บริโภค ยังมีอีกหลายประเทศที่สามารถส่งออกได้ หยุดอะไรหยุดได้ แต่หยุดเทรนของตลาดไม่ได้แน่นอน เพราะคนเรายอมใช้จ่าย เพื่ออะไรก็ตามที่ทานแล้วชะลอความแก่และป้องกันโรคได้ ราคาไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ซื้อ ปัญหาอยู่ที่ว่า "วันนี้เรามีรังนกแอ่นจะขายหรือเปล่า" ที่สำคัญที่สุด ทุกวันนี้ ก็ยังไม่เห็นคนที่มีบ้านรังนกแอ่น หมดตัวกับการขายรังนกไม่ได้

 

         
Visitors: 4,572